{"product_id":"robert-mondavi-woodbridge","title":"Robert Mondavi Woodbridge","description":"\u003ch1 dir=\"ltr\"\u003e\n\u003cspan\u003eRobert Mondavi Woodbridge \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eไวน์แดงโลกใหม่สัญชาติ USA จากเมือง Lodi\u003c\/span\u003e\n\u003c\/h1\u003e\n\u003cp dir=\"ltr\"\u003e\u003cspan\u003e“\u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eRobert Mondavi Woodbridge\u003c\/span\u003e\u003cspan\u003e” ไวน์แดงจากรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เกิดจากวิสัยทัศน์ของ Robert Mondavi ผู้บุกเบิกวงการไวน์ New World และผู้ที่เชื่อว่าไวน์ควรจะเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้\u003c\/span\u003e\u003cb\u003e\u003c\/b\u003e\u003c\/p\u003e\n\u003cp dir=\"ltr\"\u003e\u003cspan\u003eโดย \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eRobert Mondavi Woodbridge\u003c\/span\u003e\u003cspan\u003e มีจุดเริ่มต้นในปี 1979 โดย Robert Mondavi ต้องการสร้างไวน์ที่มีคุณภาพดีในราคาที่จับต้องได้ แตกต่างจากไวน์ระดับพรีเมียมใน Napa Valley ที่มักมีราคาสูง เขาเลือกพื้นที่ Lodi ใน Central Valley ซึ่งมีสภาพภูมิอากาศอบอุ่น ดินอุดมสมบูรณ์ และเหมาะอย่างยิ่งต่อการปลูกองุ่นหลากหลายสายพันธุ์ ตั้งแต่ Cabernet Sauvignon, Merlot, Chardonnay, Sauvignon Blanc จนถึง Pinot Grigio\u003c\/span\u003e\u003cb\u003e\u003c\/b\u003e\u003c\/p\u003e\n\u003cp dir=\"ltr\"\u003e\u003cspan\u003eและแนวคิดในการสร้าง \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eRobert Mondavi Woodbridge\u003c\/span\u003e\u003cspan\u003e คือ ไวน์ที่ดื่มง่าย และเหมาะกับทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นมื้ออาหารในครอบครัว งานสังสรรค์เล็กๆ หรือการเฉลิมฉลองที่ไม่เป็นทางการ ด้วยรสชาติที่เข้าถึงง่าย และราคาที่สมเหตุสมผล ทำให้ไวน์กลุ่มนี้จึงกลายเป็นที่รู้จักในฐานะ “American everyday wine” ที่อยู่คู่กับผู้คนมาหลายทศวรรษ\u003c\/span\u003e\u003cb\u003e\u003c\/b\u003e\u003c\/p\u003e\n\u003cp dir=\"ltr\"\u003e\u003cspan\u003eทำให้ \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eRobert Mondavi Woodbridge\u003c\/span\u003e\u003cspan\u003e ไม่เพียงแต่เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้เริ่มต้นดื่มไวน์ แต่ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงวิสัยทัศน์ของ Robert Mondavi ที่เชื่อว่า “ไวน์ที่ดีไม่จำเป็นต้องแพง” และเป็นจุดที่ทำให้ \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eRobert Mondavi Woodbridge\u003c\/span\u003e\u003cspan\u003e กลายเป็นแบรนด์ไวน์ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก\u003c\/span\u003e\u003cb\u003e\u003c\/b\u003e\u003c\/p\u003e\n\u003cp dir=\"ltr\"\u003e\u003cspan\u003eดังนั้น ในบทความนี้ทาง Wine Cellar BKK ก็จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับ \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eRobert Mondavi Woodbridge\u003c\/span\u003e\u003cspan\u003e ว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไร มีรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นแบบไหน ทำไมถึงเป็นที่นิยมของเหล่านักดื่มมาอย่างยาวนาน พร้อมแชร์เทคนิคในการดื่มแบบง่ายๆ ที่ช่วยให้สัมผัสถึงกลิ่นอายของไวน์โลกใหม่ได้อย่างเต็มที่ โดยจะมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง สามารถติดตามกันได้เลย\u003c\/span\u003e\u003c\/p\u003e\n\u003ch2 dir=\"ltr\"\u003e\n\u003cspan\u003e1. แนะนำ \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eRobert Mondavi Woodbridge\u003c\/span\u003e\u003cspan\u003e ไวน์แดงจากแบรนด์ไวน์ระดับโลกที่เข้าถึงง่าย ดื่มง่าย เหมาะกับสายดื่มทุกสไตล์\u003c\/span\u003e\n\u003c\/h2\u003e\n\u003cp dir=\"ltr\"\u003e\u003cspan\u003eเรื่องราวของ \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eRobert Mondavi Woodbridge\u003c\/span\u003e\u003cspan\u003e เริ่มต้นจาก Robert Mondavi ชายผู้ถือกำเนิดในครอบครัวผู้อพยพชาวอิตาเลียนที่มีความผูกพันกับวัฒนธรรมการดื่มไวน์มาตั้งแต่วัยเด็ก และเขาได้เข้ามามีบทบาทในวงการไวน์อเมริกันอย่างจริงจังในปี 1966 ที่ Robert Mondavi ได้ก่อตั้ง Robert Mondavi Winery ที่ Napa Valley ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโรงไวน์ที่ทันสมัยที่สุดในสหรัฐอเมริกา และเป็นจุดเปลี่ยนของวงการไวน์ New World เพราะเขาเป็นผู้ผลักดันการใช้ Varietal Labeling (การระบุชื่อพันธุ์องุ่นบนฉลาก) จนกลายเป็นมาตรฐานสากล และต่อมาในปี 1979 เขาเล็งเห็นโอกาสที่จะผลิตไวน์คุณภาพดีที่คนทั่วไปสามารถซื้อได้ จึงได้สร้าง Woodbridge Winery ที่เมือง Lodi โดยใช้พื้นที่เพาะปลูกองุ่นกว่า 400 เอเคอร์ในภูมิภาค Central Valley และจุดแข็งของ Lodi คือ มีสภาพอากาศที่อบอุ่น และดินหลากหลายชนิด เหมาะต่อการปลูกองุ่นทั้งสายพันธุ์แดง และขาว\u003c\/span\u003e\u003cb\u003e\u003c\/b\u003e\u003c\/p\u003e\n\u003cp dir=\"ltr\"\u003e\u003cspan\u003eซึ่งจุดเด่นของ Woodbridge อยู่ที่การผลิตไวน์ที่มีรสชาติชัดเจนตรงตามสายพันธุ์ เช่น Cabernet Sauvignon ที่เต็มไปด้วยรสผลไม้เข้มข้น หรือ Chardonnay ที่สดชื่นกลมกล่อม อีกทั้งยังใช้เทคนิค direct-to-press สำหรับองุ่นขาว เพื่อรักษาความสดใหม่ และบ่มไวน์กับ lees (ตะกอนยีสต์) เพื่อเพิ่มความซับซ้อนโดยไม่ทำให้เสียความดื่มง่าย และนับตั้งแต่เปิดตัว \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eRobert Mondavi Woodbridge\u003c\/span\u003e\u003cspan\u003e ก็ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว และกลายเป็น “ไวน์สำหรับทุกบ้าน” ในสหรัฐอเมริกา ก่อนจะขยายสู่ตลาดโลกในเวลาต่อมาและ ปัจจุบันแบรนด์นี้มีผลิตภัณฑ์หลายรูปแบบ ทั้งไวน์ขาว ไวน์แดง และไวน์โรเซ่ ที่ตอบโจทย์ผู้ดื่มทุกระดับ\u003c\/span\u003e\u003c\/p\u003e\n\u003cp\u003e\u003cb id=\"docs-internal-guid-6c63780a-7fff-13a0-6863-cac6c4832ef2\"\u003e\u003cbr\u003e\u003cspan\u003eและสิ่งที่ทำให้ \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eRobert Mondavi Woodbridge\u003c\/span\u003e\u003cspan\u003e เป็นที่นิยมมาอย่างยาวนาน คือ การเป็นตัวแทนของปรัชญา Robert Mondavi อย่างแท้จริง เพราะเขามองว่าไวน์ไม่ควรถูกจำกัดอยู่เพียงในวงการหรูหรา แต่ควรเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ที่ช่วยเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน และนั่นทำให้ \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eRobert Mondavi Woodbridge\u003c\/span\u003e\u003cspan\u003e กลายเป็นรุ่นไวน์ที่มีคุณค่าเหนือกว่าความเป็นไวน์ธรรมดา แต่เป็นการสืบทอดวิสัยทัศน์ของผู้ชายผู้เปลี่ยนแปลงโลกไวน์ไปตลอดกาล\u003c\/span\u003e\u003c\/b\u003e\u003c\/p\u003e\n\u003ch2 dir=\"ltr\"\u003e\n\u003cspan\u003e2. กระบวนการผลิต \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eRobert Mondavi Woodbridge\u003c\/span\u003e\u003cspan\u003e มีขั้นตอนอะไรบ้าง?\u003c\/span\u003e\n\u003c\/h2\u003e\n\u003cp dir=\"ltr\"\u003e\u003cspan\u003eสำหรับกระบวนการผลิต \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eRobert Mondavi Woodbridge\u003c\/span\u003e\u003cspan\u003e เป็นกระบวนการที่ใช้เทคนิคการผลิตไวน์แบบสมัยใหม่ ควบคู่ไปกับการควบคุมมาตรฐานคุณภาพสูง เพื่อให้ได้ \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eRobert Mondavi Woodbridge\u003c\/span\u003e\u003cspan\u003e ที่ดื่มง่าย และเหมาะสำหรับการดื่มในทุกโอกาส ซึ่งในแต่ละขั้นตอนของกระบวนการผลิต \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eRobert Mondavi Woodbridge\u003c\/span\u003e\u003cspan\u003e นั้นมีรายละเอียดต่างๆ ดังนี้\u003c\/span\u003e\u003c\/p\u003e\n\u003col\u003e\n\u003cli dir=\"ltr\" aria-level=\"1\"\u003e\n\u003cp dir=\"ltr\" role=\"presentation\"\u003e\u003cspan\u003eการเพาะปลูกองุ่น \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eสำหรับการผลิต \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eRobert Mondavi Woodbridge\u003c\/span\u003e\u003cspan\u003e เริ่มต้นจากการเลือกองุ่นที่ดีที่สุดจากแหล่งเพาะปลูกหลักในแคลิฟอร์เนีย โดยเฉพาะพื้นที่ใน Lodi และ Central Valley ซึ่งมีสภาพภูมิอากาศอบอุ่น และดินที่อุดมสมบูรณ์ เหมาะสำหรับการปลูกองุ่นที่ใช้ผลิตไวน์ โดยองุ่นแต่ละพันธุ์จะถูกปลูกในแปลงที่เหมาะสมกับสภาพอากาศ และดิน พร้อมกับใช้วิธี sustainable farming หรือการเกษตรแบบยั่งยืน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม\u003c\/span\u003e\u003c\/p\u003e\n\u003c\/li\u003e\n\u003cli dir=\"ltr\" aria-level=\"1\"\u003e\n\u003cp dir=\"ltr\" role=\"presentation\"\u003e\u003cspan\u003eการเก็บเกี่ยว \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eสำหรับขั้นตอนการเก็บเกี่ยวองุ่นที่ใช้ผลิต \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eRobert Mondavi Woodbridge\u003c\/span\u003e\u003cspan\u003e นั้นจะใช้เครื่องจักรเป็นหลัก เพื่อให้สามารถเก็บเกี่ยวองุ่นได้ในช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในเวลากลางคืน หรือช่วงเช้ามืด ซึ่งจะช่วยรักษาความสดของผลองุ่น และป้องกันการเกิดออกซิเดชัน และจะมีการตรวจสอบระดับความสมดุลของค่าต่างๆ ขององุ่น เช่น ความเป็นกรก หรือน้ำตาล ก่อนนำไปเข้าสู่กระบวนการผลิต\u003c\/span\u003e\u003c\/p\u003e\n\u003c\/li\u003e\n\u003cli dir=\"ltr\" aria-level=\"1\"\u003e\n\u003cp dir=\"ltr\" role=\"presentation\"\u003e\u003cspan\u003eการบีบคั้นน้ำองุ่น \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eหลังจากเก็บเกี่ยวแล้ว องุ่นจะถูกส่งไปยังโรงบ่มไวน์ เพื่อนำไปบีบคั้นน้ำแยกออกจากเปลือก และเมล็ด และในขั้นตอนนี้องุ่นจะถูกนำไป de-stemmed \u0026amp; crushed ก่อนหมัก เพื่อให้เกิดสี กลิ่น และรสชาติที่เข้มข้นจากเปลือกองุ่นที่เหมาะกับการหมักในขั้นตอนถัดไป\u003c\/span\u003e\u003c\/p\u003e\n\u003c\/li\u003e\n\u003cli dir=\"ltr\" aria-level=\"1\"\u003e\n\u003cp dir=\"ltr\" role=\"presentation\"\u003e\u003cspan\u003eกระบวนการหมัก \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eหลังจากบีบคั้นน้ำองุ่นแล้ว น้ำองุ่นที่ได้จะถูกนำไปหมักในถังสแตนเลสขนาดใหญ่ที่ควบคุมอุณหภูมิอย่างเข้มงวด และจะหมักในอุณหภูมิประมาณ 24-28 องศาเซลเซียส เพื่อสกัดแทนนิน สี และรสชาติที่เข้มข้นจากเปลือกองุ่น พร้อมกับใช้ทั้งยีสต์คัดพิเศษ และยีสต์ธรรมชาติ เพื่อพัฒนากลิ่น และรสชาติ และอาจใช้วิธี malolactic fermentation เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มนวลขึ้น\u003c\/span\u003e\u003c\/p\u003e\n\u003c\/li\u003e\n\u003cli dir=\"ltr\" aria-level=\"1\"\u003e\n\u003cp dir=\"ltr\" role=\"presentation\"\u003e\u003cspan\u003eกระบวนการบ่ม \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eหลังจากการหมักเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไวน์จะถูกนำไปบ่ม เพื่อให้รสชาติมีความกลมกล่อม และซับซ้อนขึ้น โดยจะหมักในถังสแตนเลส เพื่อให้ได้ความสดชื่น และกลิ่นผลไม้ และหมักในถังไม้โอ๊ค เพื่อเพิ่มกลิ่นวานิลลา คาราเมล และเครื่องเทศ รวมถึงเพิ่มเนื้อสัมผัสที่ลุ่มลึกมากขึ้น และถังไม้โอ๊คจะใช้ไม้โอ๊คฝรั่งเศส และอเมริกัน เพื่อให้ \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eRobert Mondavi Woodbridge\u003c\/span\u003e\u003cspan\u003e ได้เอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร\u003c\/span\u003e\u003c\/p\u003e\n\u003c\/li\u003e\n\u003cli dir=\"ltr\" aria-level=\"1\"\u003e\n\u003cp dir=\"ltr\" role=\"presentation\"\u003e\u003cspan\u003eการผสมไวน์ \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eหลังจากบ่มเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทีมไวน์เมกเกอร์จะนำไวน์แต่ละถังมาชิม และทำการเบลนด์ หรือผสมไวน์จากองุ่นหลากหลายพันธุ์ เพื่อให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมตามเอกลักษณ์ของ \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eRobert Mondavi Woodbridge\u003c\/span\u003e\u003cspan\u003e พร้อมกับใช้เทคนิคการเบลนด์เฉพาะตัวที่ทำให้ได้รสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่สมดุล และสม่ำเสมอในแต่ละปี\u003c\/span\u003e\u003c\/p\u003e\n\u003c\/li\u003e\n\u003cli dir=\"ltr\" aria-level=\"1\"\u003e\n\u003cp dir=\"ltr\" role=\"presentation\"\u003e\u003cspan\u003eการบรรจุขวด \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eก่อนบรรจุขวด ไวน์จะถูกกรอง และปรับแต่งเพื่อให้ได้คุณภาพที่ดีที่สุด โดยจะใช้วิธี การกรองแบบ Microfiltration ที่กรองไวน์ให้ปราศจากตะกอน และสิ่งปนเปื้อน หลังจากนั้นจะถูกนำไปบรรจุลงขวดโดยใช้ระบบ automated bottling line ที่ควบคุมความสะอาด และคุณภาพอย่างเข้มงวด รวมถึงใช้จุกแบบ screw cap และจะมีการตรวจสอบปริมาณออกซิเจนในขวด เพื่อป้องกันปฏิกิริยาออกซิเดชันที่อาจส่งผลต่อรสชาติ และสร้างความมั่นใจว่าทุกขวดมีการตรวจสอบคุณภาพก่อนวางจำหน่ายให้กับนักดื่มทั่วโลก\u003c\/span\u003e\u003c\/p\u003e\n\u003c\/li\u003e\n\u003c\/ol\u003e\n\u003ch2 dir=\"ltr\"\u003e\n\u003cspan\u003e3. รสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นของ \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eRobert Mondavi Woodbridge\u003c\/span\u003e\u003cspan\u003e เป็นยังไงบ้าง?\u003c\/span\u003e\n\u003c\/h2\u003e\n\u003cp dir=\"ltr\"\u003e\u003cspan\u003eสำหรับ \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eRobert Mondavi Woodbridge\u003c\/span\u003e\u003cspan\u003e ที่ผ่านกระบวนการผลิตมาอย่างพิถีพิถัน ก็ส่งผลให้มีรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร ทำให้เวลาที่นักดื่มดื่มนั้นก็จะสัมผัสได้ถึงรายละเอียดต่างๆ ดังนี้\u003c\/span\u003e\u003c\/p\u003e\n\u003cul\u003e\n\u003cli dir=\"ltr\" aria-level=\"1\"\u003e\n\u003cp dir=\"ltr\" role=\"presentation\"\u003e\u003cspan\u003eรสชาติ (Flavor) \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eสำหรับรสชาติของ \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eRobert Mondavi Woodbridge\u003c\/span\u003e\u003cspan\u003e นั้นจะมีความหอมหวานของผลไม้สีแดง และสีดำอย่างชัดเจน เช่น เชอร์รีแดง, พลัม, และแบล็กเบอร์รี ตามมาด้วยความหอมละมุนจากความโอ๊คกี้ เช่น วานิลลา ช็อคโกแลต กาแฟ และอบเชย และปิดท้ายด้วยความหอม และเข้มข้นจากเครื่องเทศ และสมุนไพรนานาชนิดอย่างลงตัว\u003c\/span\u003e\u003c\/p\u003e\n\u003c\/li\u003e\n\u003cli dir=\"ltr\" aria-level=\"1\"\u003e\n\u003cp dir=\"ltr\" role=\"presentation\"\u003e\u003cspan\u003eรสสัมผัส (Mouthfeel) \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eสำหรับรสสัมผัสของ \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eRobert Mondavi Woodbridge\u003c\/span\u003e\u003cspan\u003e นั้นจะเป็นแบบ Medium Body มีความเข้มข้นของแทนนินปานกลาง และมี Acidity หรือความเป็นกรดปานกลาง ทำให้เวลาดื่มนั้นจะสัมผัสได้ถึงความเข้มข้น แต่ไม่หนักจนเกินไป ดื่มง่าย อีกทั้งแทนนินยังมีความอ่อนนุ่ม และไม่แห้งเกินไป และมีความสดชื่นที่ทำให้นักดื่มสามารถดื่มได้อย่างเพลิดเพลิน\u003c\/span\u003e\u003c\/p\u003e\n\u003c\/li\u003e\n\u003cli dir=\"ltr\" aria-level=\"1\"\u003e\n\u003cp dir=\"ltr\" role=\"presentation\"\u003e\u003cspan\u003eกลิ่น (Aroma) \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eสำหรับกลิ่นของ \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eRobert Mondavi Woodbridge\u003c\/span\u003e\u003cspan\u003e นั้นจะมีความหอมหวานของผลไม้สีแดง และสีดำอย่างชัดเจน เช่น เชอร์รี, พลัม, และแบล็กเบอร์รี ตามมาด้วยกลิ่นวานิลลา และโอ๊กจากการบ่มในถังไม้โอ๊ก ปิดท้ายด้วยกลิ่นหอมของเครื่องเทศอ่อนๆ เช่น อบเชย, กานพลู และลูกจันทน์เทศ และเมื่อมีการเก็บบ่มเป็นเวลานานอาจทำให้มีกลิ่นของดิน หรือหนังสัตว์ ที่ช่วยเพิ่มความคลาสสิกมากขึ้น\u003c\/span\u003e\u003c\/p\u003e\n\u003c\/li\u003e\n\u003c\/ul\u003e\n\u003cp\u003e\u003cb\u003e\u003cspan\u003e\u003cb id=\"docs-internal-guid-02435ce6-7fff-ba99-8bcf-4c9f90ba5309\"\u003eด้วยองค์ประกอบของรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นของ Robert Mondavi Woodbridge ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร และสะท้อนถึงกลิ่นอายของไวน์แดงจากประเทศสหรัฐอเมริกาได้เป็นอย่างดี จึงทำให้ Robert Mondavi Woodbridge เป็นอีกหนึ่งไวน์แดงที่เป็นที่นิยมของนักดื่มไวน์แดงทั่วโลก \u003c\/b\u003e\u003c\/span\u003e\u003c\/b\u003e\u003c\/p\u003e\n\u003ch2 dir=\"ltr\"\u003e\n\u003cspan\u003e4. เทคนิคการดื่ม \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eRobert Mondavi Woodbridge\u003c\/span\u003e\u003cspan\u003e ที่ช่วยให้สัมผัสถึงกลิ่นอายของ Terrior ได้เต็มที่ในทุกสัมผัส\u003c\/span\u003e\n\u003c\/h2\u003e\n\u003cp dir=\"ltr\"\u003e\u003cspan\u003eสำหรับ \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eRobert Mondavi Woodbridge\u003c\/span\u003e\u003cspan\u003e ที่มีรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นเป็นเอกลักษณ์ และนักดื่มสามารถสัมผัสได้ต้ังแต่จิบแรก แต่ว่าก็ยังมีวิธีที่จะช่วยให้นักดื่มสามารถสัมผัสถึงกลิ่นอายของ Terrior ได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ด้วยการให้ความสำคัญกับขั้นตอนการเสิร์ฟ การดื่ม การจับคู่อาหารไปจนถึงการเก็บรักษา ซึ่งในแต่ละวิธีนั้นก็จะมีรายละเอียดต่างๆ ดังนี้\u003c\/span\u003e\u003c\/p\u003e\n\u003cul\u003e\n\u003cli dir=\"ltr\" aria-level=\"1\"\u003e\n\u003cp dir=\"ltr\" role=\"presentation\"\u003e\u003cspan\u003eวิธีการเสิร์ฟ \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eควรทำการเสิร์ฟ \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eRobert Mondavi Woodbridge\u003c\/span\u003e\u003cspan\u003e ในอุณหภูมิที่เหมาะสมประมาณ 15-18 องศาเซลเซียส พร้อมกับเปิดขวดทิ้งไว้ก่อนดื่มประมาณ 10-15 นาที หรือไม่เปิดก็ได้ พร้อมกับเลือกใช้แก้วไวน์แดงที่มีทรงสูง และปากกว้าง เช่น แก้วไวน์บอร์กโดซ์ เพื่อให้ไวน์สัมผัสอากาศมากขึ้น และปลอดปล่อยกลิ่นหอมได้อย่างเต็มที่\u003c\/span\u003e\u003c\/p\u003e\n\u003c\/li\u003e\n\u003cli dir=\"ltr\" aria-level=\"1\"\u003e\n\u003cp dir=\"ltr\" role=\"presentation\"\u003e\u003cspan\u003eวิธีการดื่ม \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eควรทำการดื่ม \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eRobert Mondavi Woodbridge\u003c\/span\u003e\u003cspan\u003e ที่เริ่มจากการหมุนแก้วไวน์เบาๆ พร้อมกับสูดดมกลิ่นหอม หลังจากนั้นให้ทำการจิบทีละเล็กน้อยอย่างช้าๆ และให้กลั้วภายในปากเบาๆ เพื่อให้สัมผัสได้ถึงรายละเอียดต่างๆ อย่างชัดเจน แล้วจึงค่อยๆ กลืน เพื่อให้รสชาติต่างๆ ที่ท้ายไว้ภายในปากอย่างยาวนาน\u003c\/span\u003e\u003c\/p\u003e\n\u003c\/li\u003e\n\u003cli dir=\"ltr\" aria-level=\"1\"\u003e\n\u003cp dir=\"ltr\" role=\"presentation\"\u003e\u003cspan\u003eวิธีการจับคู่อาหาร \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eควรทำการจับคู่ \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eRobert Mondavi Woodbridge\u003c\/span\u003e\u003cspan\u003e กับอาหารที่มีส่วนประกอบของเนื้อสัตว์ เช่น สเต็กริบอาย สเต็กเซอร์ลอยน์ หรือสเต็กสตริปลอยน์ หรือเมนูที่มีกลิ่นรมควัน และซอสเข้มข้น เช่น เนื้อแกะย่าง หมูย่างบาร์บีคิว ซี่โครงหมูอบบาร์บีคิว และไก่อบเครื่องเทศ รวมถึงเมนูอาหารอิตาเลียน เช่น ลาซานญ่าเนื้อ สปาเก็ตตี้โบโลเนส หรือพิซซ่าหน้าชีส และซาลามี่ หรือเมนูอาหารเอเชีย เช่น เนื้อผัดซอสพริกไทยดำ ไก่ทอดซอสเทอริยากิ หรือหมูตุ๋นซีอิ๊ว เป็นต้น\u003c\/span\u003e\u003c\/p\u003e\n\u003c\/li\u003e\n\u003cli dir=\"ltr\" aria-level=\"1\"\u003e\n\u003cp dir=\"ltr\" role=\"presentation\"\u003e\u003cspan\u003eวิธีการเก็บรักษา \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eควรทำการเก็บรักษา \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eRobert Mondavi Woodbridge\u003c\/span\u003e\u003cspan\u003e ไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิประมาณ 12-18 องศาเซลเซียส ไม่มีแสงแดด และไม่มีการสั่นสะเทือน พร้อมกับวางขวดในแนวนอน เพื่อป้องกันให้จุกคอร์กแห้ง ที่อาจทำให้ไวน์เสื่อมสภาพได้ และควรหลีกเลี่ยงการเก็บในที่ร้อน เช่น ใกล้เตาไฟ หรือบนชั้นวางที่โดนแสงโดยตรง และถ้าหากเปิดขวดแล้ว ควรปิดจุกไวน์ให้แน่น หรือใช้จุกสุญญากาศ เพื่อป้องกันอากาศเข้า แช่ตู้เย็นได้ แต่ควรดื่มให้หมดภายใน 3-5 วัน\u003c\/span\u003e\u003c\/p\u003e\n\u003c\/li\u003e\n\u003c\/ul\u003e\n\u003ch2 dir=\"ltr\"\u003e\n\u003cspan\u003e5. \u003c\/span\u003e\u003cspan\u003eRobert Mondavi Woodbridge\u003c\/span\u003e\u003cspan\u003e  การันตีของแท้\u003c\/span\u003e\n\u003c\/h2\u003e\n\u003cp dir=\"ltr\"\u003e\u003cspan\u003eสำหรับนักดื่มที่กำลังอยากจะซื้อ\u003c\/span\u003e\u003cspan\u003e Robert Mondavi Woodbridge\u003c\/span\u003e\u003cspan\u003e ก็สามารถแวะมาหาซื้อได้ที่ Wine Cellar BKK แหล่งนำเข้า และแหล่งจำหน่ายเครื่องดื่มนำเข้าจากต่างประเทศ ที่มีบริการแอดมินให้คำแนะนำสินค้าอย่างมืออาชีพ อยากได้ไวน์ที่มีรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นแบบไหน หรืออยากได้เครื่องดื่มประเภทอื่นๆ อยากได้ยี่ห้อไหนเป็นพิเศษ มีงบประมาณเท่าไหร่ ซื้อดื่มเอง หรือซื้อเป็นของขวัญ ก็สามารถแจ้งแอดมินได้ เพื่อให้แอดมินแนะนำเครื่องดื่มที่ตอบโจทย์กับความต้องการของนักดื่มมากที่สุด สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้เลยที่ \u003c\/span\u003e\u003c\/p\u003e\n\u003cul\u003e\n\u003cli dir=\"ltr\" aria-level=\"1\"\u003e\n\u003cp dir=\"ltr\" role=\"presentation\"\u003e\u003ca href=\"https:\/\/lin.ee\/j5oXpDv\"\u003e\u003cspan\u003eLine Official : @wincellar24 \u003c\/span\u003e\u003c\/a\u003e\u003c\/p\u003e\n\u003c\/li\u003e\n\u003cli dir=\"ltr\" aria-level=\"1\"\u003e\n\u003cp dir=\"ltr\" role=\"presentation\"\u003e\u003cspan\u003eWebsite : \u003c\/span\u003e\u003ca href=\"http:\/\/www.winecellarbkk.com\"\u003e\u003cspan\u003ewww.winecellarbkk.com\u003c\/span\u003e\u003c\/a\u003e\u003cspan\u003e หรือ คลิก ที่นี่\u003c\/span\u003e\u003c\/p\u003e\n\u003c\/li\u003e\n\u003c\/ul\u003e\n\u003cp dir=\"ltr\"\u003e \u003c\/p\u003e\n\u003ch3 dir=\"ltr\"\u003e\u003cspan style=\"color: rgb(43, 0, 255);\"\u003e\u003ca href=\"https:\/\/lin.ee\/j5oXpDv\" style=\"color: rgb(43, 0, 255);\"\u003e6. Robert Mondavi Woodbridge การันตีของแท้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้เลย \u0026gt; ที่นี่\u003c\/a\u003e\u003c\/span\u003e\u003c\/h3\u003e\n\u003ch4 dir=\"ltr\"\u003e\u003cspan style=\"color: rgb(43, 0, 255);\"\u003e\u003ca href=\"https:\/\/winecellarbkk.shop\/collections\/wine\" style=\"color: rgb(43, 0, 255);\"\u003e7. ดูสินค้าไวน์แดงรุ่นอื่นๆ ที่ Wine Cellar BKK มีจำหน่าย คลิก \u0026gt; ที่นี่\u003c\/a\u003e\u003c\/span\u003e\u003c\/h4\u003e\n\u003cp\u003e \u003c\/p\u003e","brand":"Wine","offers":[{"title":"Default Title","offer_id":51469519257922,"sku":null,"price":990.0,"currency_code":"THB","in_stock":true}],"thumbnail_url":"\/\/cdn.shopify.com\/s\/files\/1\/0723\/9824\/2114\/files\/Robert_Mondavi_Woodbridge.webp?v=1761804537","url":"https:\/\/winecellarbkk.net\/products\/robert-mondavi-woodbridge","provider":"winecellarbkk.shop","version":"1.0","type":"link"}